วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556







          มีใครวางแผนว่าจะเปลี่ยนทรงผมตัวเองอยู่บ้างไหมคะ แล้วใครกำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจจะเลี้ยงผมต่อไปหรือตัดให้สั้นดี หรือใครที่ผมยาวอยู่แล้วอยากจะลองสั้นดูบ้างแต่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมแอบมาขอเป็นหนึ่งเสียงเชียร์ให้คุณไว้ผมสั้นดูบ้างค่ะ ผมยาวดูสวยก็จริง แต่ก็มีเรื่องยุ่ง ๆ ตามมาเหมือนกัน และนี่ก็เป็น 7 เรื่องยุ่งของการมีผมยาว ที่สาวผมยาวทุกคนต้องประสบจริง ๆ คอนเฟิร์ม!

       1. การมีผมยาวนั้นยุ่งยาก และน่ารำคาญสุด ๆ

          ใคร ๆ อาจร้องว้าวเมื่อเห็นสาวผมยาวสลวยแต่งตัวสวยเก๋ไปงานปาร์ตี้ แต่คุณรู้ไหมว่ากว่าจะได้ออกจากบ้านกับผมสวย ๆ แบบนั้น เธอต้องสระ นวด ไดร์ เซต ใส่เซรั่ม ออกจากบ้านมาแล้วก็ต้องหลบลมปะทะหน้าที่อาจทำให้หัวยุ่งฟู จะเคลื่อนไหวตัวก็มีผมตกลงมาปรกหน้าปรกตาเป็นอุปสรรค ห้องนอนเกลื่อนไปด้วยเส้นผมยาว ๆ แถมท่อห้องน้ำก็ตันง่ายเพราะเส้นผมยาว ๆ ร่วงลงไปอุดเอาไว้นั่นเอง เห็นไหมว่าผมยาวนี่เพิ่มภาระความยุ่งยากให้กับชีวิตไม่น้อยเลย

       2. ผมสูญเสียวอลลุ่ม 

          ผมของคุณเสียวอลลุ่มไปในอัตราแปรผันตรงกับความยาว ยิ่งผมยาวมากผมก็ยิ่งดูลีบและแบน ซึ่งสาวผมยาวอาจแก้ปัญหาด้วยการสไลด์ผมเป็นเลเยอร์ วิธีนี้แม้จะเพิ่มวอลลุ่มที่ส่วนโคนผมได้ก็จริง แต่กลับเสียวอลลุ่มไปจากผมส่วนปลายผมที่บางจ๋อยเพราะถูกสไลด์ออก หรือไม่ก็ต้องพึ่งมูสหรือสเปรย์สำหรับเพิ่มวอลลุ่มให้เส้นผม ซึ่งก็เท่ากับเพิ่มเวลาทำผมแต่งทรงเข้าไปอีก แถมยังเสียเวลาไปกับการสระทำความสะอาดมากกว่าเดิมเพื่อที่จะล้างคราบผลิตภัณฑ์ตกแต่งผมที่ตกค้างออกไปให้ผมด้วย เรียกว่าแค่จะหาทางเพิ่มวอลลุ่มให้ผมยาวก็เท่ากับสร้างความยุ่งยากในการแต่งทรง และดูแลผมเข้าไปอีกหลายขั้นตอน 

       3. เปลืองเวลา 

          การมีผมยาวทำให้คุณเปลืองเวลาทั้งในการดูแลและการทำผม จะสระก็ต้องสระนานกว่า แถมแห้งช้ากว่าผมสั้น ถ้าต้องการสระผมก่อนออกจากบ้านก็ต้องวางแผนสระล่วงหน้าก่อนจะไปไหนสัก 1 ชั่วโมง เพื่อให้เวลาแก่ผมได้แห้งสนิทจริง ๆ ทั้งยังต้องบวกเวลาทำผมเพิ่มเข้าไปอีก ... ในระหว่างที่ผมยาวยังสระไม่เสร็จ สาวผมสั้นแค่เช็ดไม่กี่ครั้ง สะบัดผมเดินไปเดินมาไม่กี่นาทีผมก็แห้งแล้วล่ะ 

       4. สูญเงินมากกว่า

          การมีผมยาวทำให้คุณต้องสูญเงินไปกับทุก ๆ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมเยอะกว่าเมื่อเทียบกับการไว้ผมสั้น ผลิตภัณฑ์ที่ว่าเหล่านั้นเป็นต้นว่า ยาสระผม ครีมนวดผม ทรีตเม้นต์ เซรั่ม มูสแต่งทรง สเปรย์เซตผม น้ำยาย้อมสีผม ฯลฯ คิดง่าย ๆ ว่า สาวผมสั้นแค่ประบ่า น้ำยาเปลี่ยนสีผมกล่องเดียวก็เอาอยู่ แต่สาวผมยาว ที่ยิ่งยาวยิ่งหนาเท่าไหร่ก็ต้องเพิ่มจำนวนน้ำยาย้อมผมขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ... ก็เท่ากับว่าต้องจ่ายมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัวด้วยไงล่ะ
ทรงผมยาว

       5. ผมยาวยิ่งทำให้หน้าร้อน ร้อนสุด ๆ

          การปล่อยผมยาวดูพลิ้วสลวยในหน้าร้อน ไม่ต่างอะไรจากการเอาผ้าพันคอมาพันคอพันไหล่ขณะยืนกลางแดดจริง ๆ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่าต่อให้ร้อนจนเหงื่อไหลหยดย้อยแค่ไหน คุณผู้หญิงผมยาวก็ยังทนได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องรวบผม มวยผม หรือถักเปียไว้ ซึ่งทำให้ผมดูไม่ยาวอย่างที่ภูมิใจ ... ถ้าจะสวยแต่ต้องร้อนเหงื่อไหลไม่สบายตัวแบบนี้ ขอสวยมั่นแบบผมสั้นแต่ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนพันผ้าพันคอกลางแดดจะดีกว่าเนอะ

       6. หนักศีรษะ 

          สาวผมยาวหลาย ๆ คนอาจไม่รู้สึกตัวเอง แต่หากคุณเคยมีประสบการณ์ไว้ผมยาวมาก ๆ แล้วไปตัดออกจนสั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าศีรษะเบาขึ้นเยอะ จะสระผมก็สบาย อากาศร้อนจนเหงื่อออกชุ่มก็ไม่รู้สึกหนักและเหนอะหนะหนังศีรษะเท่าไหร่ นอกจากนี้ เมื่อผมยิ่งยาวยิ่งมีน้ำหนักมาก จึงทำให้การดัดผมมีอายุสั้นลงด้วย สาวผมยาวไปดัดผมแล้วจะคลายเร็ว ในขณะที่คนผมสั้นกว่าดัดแล้วเด้งอยู่ได้นาน 

       7. ผมยาวมักอยู่ผิดที่ผิดทาง 

          อีกหนึ่งปัญหาที่สาวผมยาวต้องประสบเป็นประจำ คือผมของเธอมักอยู่ไม่เข้าที่เข้าทาง นอกจากเรื่องตกลงมาปรกหน้าปรกตา เกะกะระไหล่ ลมพัดทีผมก็ยุ่งตีกันพันเป็นสังกะตัง มันยังชอบไปติดกับซอกเล็ก ๆ ตรงนู้นตรงนี้ได้ง่าย อย่างถูกหมวกกันน็อกหนีบ ติดที่ข้อต่อหรือซอกเล็ก ๆ ของเก้าอี้พนักพิงสูง หรือยามคุณแฟนจะโอบไหล่ ก็ดันวางแขนทับผมรั้งให้คุณเจ็บหนังศีรษะ จนคุณจำต้องขัดจังหวะว่าให้แฟนเอามือออกจากไหล่สักครู่ อารมณ์กำลังสวีทเลยสะดุดไปเสียอย่างนั้น .. แหม พูดแล้วอารมณ์เสียจริง ๆ เชียว


          เห็นไหมล่ะ ว่าผมยาวสลวยสวยเก๋อย่างที่ใคร ๆ ว่าก็ไม่ได้มีแต่มุมสวย ๆ เริ่ด ๆ เสมอไป ข้อเสียของมันก็ยังมีอยู่เหมือนกันนะ ถ้าทำใจรับได้จะไว้ผมยาวต่อไปก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนแนวมาไว้ผมสั้นดูบ้างก็ขอเชียร์สุดใจ ก็ซีซั่นนี้อยากเห็นสาว ๆ สดใสน่ารักในทรงผมสั้นกันเยอะ ๆ บ้างนี่นา ^^




ฝ้า กระ ปาน ไปไกล ๆ ค่ะ



ไม่มีใครอยากมีฝ้า กระ ปาน ไม่ว่าจะเป็นแดงหรือดำนะคะ 
มาฟังกันดีกว่า ว่าจะปกปิดโดยใช้สีอะไรยังไงได้บ้างค่ะ
เวลาแต่งหน้า อย่าลืมยิ้มไปด้วยนะคะ และขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ 
ถ้าชอบก็สามารถ subscribe หรือติชมได้นะคะ 
แต่งหน้าแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเพอร์เฟ็ก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ไฮโซ 
เอาแบบที่เราชอบ แบบที่ไปกันได้กับหน้าเรา ... ป้าพิม
ติดตามวีดิโออื่น ๆ ได้ที่ http://www.youtube.com/misspimpaka 
หรือค้นหาคำว่า "ป้าพิม" ได้ที่กูเกิ้ลวิดีโอค่ะ 
และอย่าลืมแวะมาทักทายกันที่ http://www.facebook.com/misspimpaka นะคะ


ที่มา : http://www.youtube.com

 "สำหรับผู้หญิง ความงามต้องมาก่อนเสมอ" คำกล่าวนี้ดูจะเป็นที่ยอมรับและรู้สึกกันว่า "เป็นธรรมชาติ" ของผู้หญิงที่ต้องรักสวยรักงาม ในขณะที่ไม่ใช่ "ธรรมชาติของผู้ชาย" สังคมไทยมีคำพูดที่ชินหู คือ ผู้หญิงมีรูปเป็นทรัพย์ ซึ่งมาจากโคลงโลกนิติบทที่ว่า
  เปนชายความรู้ยิ่ง เปนทรัพย์
ตกประเทศบมีผู้นับ อ่านอ้าง
สตรีรูปงามสรัพ เปนทรัพย์ ตนนา
แม้ตกยากไร้ร้าง ห่อนไร้สามี
ความงามเป็นของคู่กับผู้หญิงตามธรรมชาติจริงหรือ ถ้าพิจารณาจากนางในวรรณคดี 67 รายที่มีผู้รวบรวมมา ก็พบว่ามีความงามเป็นเลิศทั้งสิ้น (ยกเว้นนางประแดะจากเรื่องระเด่นลันได)  ถ้าไม่งามโดยกำเนิดก็ถูกทำให้งาม และด้วยความงามนี่แหละที่ทำให้ชายผู้สูงศักดิ์มาลุ่มหลงแต่ถ้าไม่สวยแม้เก่งเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ เช่น ในเรื่องอรชุน เจ้าหญิงจิตราไม่ค่อยสวยแต่มีความสามารถในการรบ เกิดหลงรักพระอรชุน แต่พระอรชุนไม่สนใจ เจ้าหญิงจิตราจึงต้องขอให้เทพช่วยแปลงโฉมตนจนงาม พระอรชุนจึงมาหลงรัก เช่นเดียวกับเรื่องแก้วหน้าม้า ซึ่งไม่สวยเช่นกันแต่มีความสามารถพิเศษในการรู้ล่วงหน้าเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่นเมื่อไรจะมีภัยพิบัติ เป็นต้น แต่พระปิ่นทองไม่รักเช่นกัน ต้องร้อนถึงเทพ ซึ่งส่วนใหญ่คือพระอินทร์มาช่วยถอดหน้าม้าออก จึงได้สมรัก สิ่งที่น่าสนใจคือ นางในวรรณคดีเหล่านี้โดยเฉพาะที่เป็นนางเอกจะสัมพันธ์กับเรื่องราวของชนชั้นสูงทั้งสิ้น กล่าวคือ เป็นมเหสีหรือนางสนมของกษัตริย์ หรือเป็นเจ้าหญิงต่างเมือง หรือ ลูกสาวคหบดี กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ความงามเป็นคุณสมบัติของหญิงสูงศักดิ์ "ขึ้นชื่อว่าสตรีมีอิสริยยศแล้วย่อมรักใคร่ในการที่จะตกแต่งกายาสิ้นทุกตัวตน" (นางนพมาศ) ในวรรณกรรมอีสาน การบรรยายถึงเรื่องความงามจะอยู่ในบริบทของการหาคู่ครองให้กับบุตรของเจ้าผู้ครองนคร เช่น วรรณกรรมเรื่องท้าวฮุงหรือเจือง
        ผู้หญิงถูกคาดหวังให้ต้องงดงามผ่านทางวรรณกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในสตรีสูงศักดิ์ความงามกับหญิงสูงศักดิ์ดูเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ จำนวนภรรยาเป็นตัวบ่งบอกถึงฐานะและบารมีของผู้ชาย ความงามของภรรยาก็จัดว่าเป็นส่วนประกอบของบารมี จากไตรภูมิกถา (อ้างใน สุพัตรา หน้า42) นางงามถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบเจ็ดประการที่ช่วยเสริมบารมีฐานะความเป็นกษัตริย์ ในขณะที่ความงามสำหรับหญิงสามัญชนไม่ได้ถูกกล่าวถึง และในความเป็นจริงคงไม่มีความสำคัญนัก  ปทุมถันของหญิงชาวสยามมิเต่งตึงอยู่ได้เมื่อพ้นวัยสาวรุ่นแล้ว และยานย้อย ลงมาเกือบถึงท้องน้อยในเวลาไม่ช้านาน…[แต่]มิได้เป็นที่รำคาญตาสามี ของนางแต่ประการใด…..พวกผู้หญิงชาวสยามไม่ใช้ชาดทาปากทาแก้ม หรือแต้มไฝเลย (จดหมายเหตุลาลูแบร์) หญิงในชนบทเมื่อประมาณ 50-60 ปีก่อน จะมีผ้าซิ่นที่ทอเป็นพิเศษเพื่อใช้ใส่ไปวัดในงานบุญเพียงตัวเดียว เมื่อใส่ในวันนั้นแล้วต้องรีบเก็บไว้ใช้ในครั้งต่อไป ซึ่งการต้องดูดีเป็นพิเศษในการไปงานบุญคงเป็นจริงทั้งหญิงและชาย จากภาพถ่ายเก่า ๆ จะพบว่าผู้หญิงไทยโดยทั่ว ๆ ไป ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความสวยความงามกันนัก
      การรับรู้และคาดหวังว่า ความงามควรเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้หญิงทุกคนถูกทำให้ปรากฏในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้หญิงทุกคนกลายเป็น "ดอกไม้ของชาติ" และผู้หญิงถูกบอกว่าต้องรู้จักแต่งกายให้สวยงามทันสมัยอยู่เสมอ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำเนินนโยบายในการสร้างชาติ และกำหนดนโยบายว่าผู้หญิงควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร นโยบายของจอมพล ป. ได้สร้างความคาดหวังต่อ "ความเป็นผู้หญิงไทย" ขึ้นใหม่ นอกจากเป็น "ดอกไม้ของชาติ" แล้ว "เมีย[ยัง]เปนเพสที่อ่อนแอ" ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนหวาน "หญิงไทย 9 ล้านคนนี้เปนเพสอ่อนหวานน่าถนอมไว้มากกว่าจะไช้แบกหามหรือทำสิ่งหนัก" (จอมพล ป. อ้างในนันทิรา)  เพราะฉะนั้นผู้หญิงไทยจึงถูกสนับสนุนให้ทำงานในร่ม ส่งเสริมการประกอบอาชีพหัตถกรรม เย็บปักถักร้อย งานพยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงครามได้แต่งบทละคร บทประพันธ์ ยกย่องผู้หญิงในฐานะที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ และในฐานะที่เป็นดอกไม้ของชาติ หลวงวิจิตรวาทการได้ปรับปรุงการแต่งกายของผู้หญิงไทยให้มีความทันสมัยแบบตะวันตก เพื่อความเป็น "อารยะชาติ" สตรีไทยถูกขอให้เลิกนุ่งผ้าโจงกระเบนและคาดผ้าแถบ ให้มานุ่งซิ่นและสวมเสื้อ สวมกระโปรง สวมหมวกและรองเท้า นโยบายสำหรับผู้หญิงเหล่านี้ได้ถูกส่งผ่านทางหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ เช่น สำนักงานวัฒนธรรมฝ่ายหญิง กรมโฆษณาการ หนังสือพิมพ์รายวันต่าง ๆ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข
         ความคาดหวังของสังคมที่ผู้หญิงต้องมีความสวยงาม นำไปสู่การเกิดอาชีพต่าง ๆ เกี่ยวกับความงามมากขึ้น เช่น ช่างเสริมสวย ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างทำผม (นันทิรา เพิ่งอ้าง) ประจวบกับในขณะนั้น ได้มีการจัดให้มีการประกวดนางงาม(นางสาวสยาม) ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2477 ในงานวันฉลองรัฐธรรมนูญโดยกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัด และใช้เวทีประกวดเพื่อสนับสนุนนโยบายบริหารงานของรัฐ การประกวดนี้ถือเป็นนโยบายของรัฐและได้พยายามจัดให้มีการประกวดในทุกจังหวัด การจัดให้มีการประกวดในระยะแรกเป็นไปอย่างไม่ค่อยราบรื่น เพราะไม่ค่อยมีผู้หญิงเข้ามาร่วมประกวดมากนัก สะท้อนให้เห็นจากคำกล่าวของพระยาสุนทรพิพิธ ประธานจัดประกวดนางสาวไทย 2479 ที่ว่า

การประกวดนางงามในประเทศเราได้เริ่มมาแล้ว 2 ปีน่าเป็นที่นิยมดีอยู่ว่า กิจการเรื่องนี้ได้แพร่หลายไปตามหัวเมืองชนบทเกือบทั่วถึงแล้ว [แต่] ความรู้สึก ที่ว่ากิจการนี้เป็นเกียรติยศของชาติและเป็นประเพณีอันมีมาแต่โบราณนั้น ยัง มิได้คิดเห็นกันโดยทั่วถึง จึงบางท่านก็ยังมีความละอายอยู่ และบางท่านก็เห็น เป็นการเสื่อมเสียเกียรติยศ จึงยังมิได้มีการ่วมมือโดยพร้อมเพรียง
กระทรวงศึกษาธิการก็มีนโยบายไม่ส่งเสริมให้ครูหรือนักเรียนเข้าประกวดนางสาวไทย การประกวดในช่วงแรกหยุดไปในปี 2497 และได้กลับมามีขึ้นอีกครั้งในช่วงปี 2507-2515 พร้อมกับการเฟื่องฟูของเศรษฐกิจทุนนิยมและการเติบโตอย่างสูงของธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย การประกวดนางสาวไทยมีขึ้นในครั้งหลังนี้เพื่อหาสาวงามไปประกวดที่ต่างประเทศ มีจุดมุ่งหมายเพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยว และในช่วงนั้นก็เป็นยุคเฟื่องฟูของกิจกรรมด้านบันเทิงและด้านความงาม และสืบทอดมาถึงปัจจุบันนี้ ความงามของผู้หญิงกลายเป็นเครื่องมือนำมาซึ่งรายได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ความงามของผู้หญิงขายได้ในสังคมทุนนิยม ในขณะเดียวกันการสร้างความงามให้กับผู้หญิงก็กลายเป็นธุรกิจจำนวนมหาศาลเช่นกัน
ดังนั้น "สำหรับผู้หญิง ความงามต้องมาก่อน" ดูจะเป็นวาทกรรมแห่งยุคทุนนิยมโดยแท้
ที่มา:  ตัดตอนจาก ความเป็นผู้หญิงไทย  บทความจากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน